สาระความรู้

ปราบ 20 ปัญหาคาใจในห้องน้ำ

December 21, 2015

1. เชื้อราบุก
สาเหตุหลักมาจากความชื้นภายในห้องน้ำ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อราตั้งแต่แรกควรเลือกบุผนังด้วยวัสดุ พื้นเรียบที่ทำความสะอาดง่าย เช่น กระเบื้องเซรามิค ใช้กระจกฝ้าหรือกระจกสีแทนม่านอาบน้ำซึ่งเป็นแหล่งสะสมความชื้นตัวสำคัญ

เลือกใช้ชั้นวางของเป็นตะแกรงโลหะและใช้ประตูที่มีบานเกล็ด เพื่อให้ระบายความชื้นได้ดี และทำให้ห้องน้ำแห้งง่ายขึ้น ไม่มีกลิ่นอับชื้น แต่ถ้าห้องน้ำไม่มีช่องระบายอากาศ ต้องติดตั้งพัดลมดูดอากาศโดยด่วน ไม่อย่างนั้นปัญหานี้ก็ไม่มีทางแก้ไขได้
วิธีการกำจัดเชื้อราในห้องน้ำ มีขั้นตอนและวิธีการที่แตกต่างกันออกไปตามชนิดของผนัง(ดูวิธีกำจัดคราบใน ปัญหาข้อต่อไป) เช่น ผนังทาสีในห้องน้ำเกิดคราบเชื้อรา เบื้องต้นลองทำความสะอาดโดยใช้แปรงขนนุ่มชุบน้ำผสมผงซักฟอกขัดก่อน หากยังไม่ออกอาจทาสีที่มีคุณสมบัติกันความชื้นทับ เช่น สีโจตาพลาสต์(Jotaplast) ผนังเดิมก็จะทนความชื้นและไม่เกิดคราบเชื้อราอีก

Disabled-toilet_Visitors-Ce
2. ม่านพลาสติกขึ้นรา
คงหลีกเลี่ยงไม่ได้กับคราบเชื้อราที่จะเกิดขึ้นกับม่านกั้นอาบน้ำ การทำความสะอาดบ่อยๆคงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ด้วยการใช้แปรงขนอ่อนชุบผงซักฟอกทำความสะอาด ล้างน้ำแล้วผึ่งให้แห้ง แต่ในปัจจุบันนี้มีน้ำยาทำความสะอาดให้เลือกใช้หลายชนิด เช่น วิกซอลหรือเป็ด ควรถอดม่านลงและราดน้ำยาทำความสะอาดลงไปให้ทั่วบริเวณคราบเชื้อรา ทิ้งไว้ 2-3 นาที ล้างออกด้วยน้ำอีกครั้ง แต่ข้อควรระวังคือ น้ำยาเหล่านี้มีความเข้มข้นมาก อย่าให้สัมผัสโดนร่างกายเพราะอาจเป็นอันตรายได้

3. กระจกเงาขุ่น ขึ้นฝ้าเพียบ
ใครจะเชื่อว่าของธรรมดาที่ทุกบ้านต้องมีติดครัวสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ได้ เริ่มจากนำน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ ผสมแอมโมเนีย 1 ช้อนโต๊ะ หรืออาจเลือกใช้น้ำ 1 ลิตร ผสมแอลกอฮอล์ 3/4 ลิตร เลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งมาทำความสะอาดกระจก ใช้ผ้าชุบสารทำความสะอาดที่เราทำขึ้นมาถูบริเวณคราบสกปรก จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้น แต่ควรระวังไม่ให้น้ำยาที่ใช้ไปสัมผัสกับขอบด้านข้างและด้านหลังของกระจก เพราะจะทำให้สารที่เคลือบอยู่หลังกระจกหลุดลอกเสียหายได้

ส่วนเรื่องกระจกเป็นฝ้านั้น เพียงใช้นิ้วของเราถูสบู่แล้วนำมาเช็ดกระจกวนไปวนมา ทำซ้ำหลายๆครั้งจนฝ้าหายไป จากนั้นใช้ผ้าเช็ดสบู่ออกให้หมด เท่านี้กระจกธรรมดาก็จะกลับมาเป็นกระจกวิเศษอีกครั้งแล้ว

4. อุปกรณ์สเตนเลสไม่เงาดังเดิม
งานนี้สบายมาก เคล็ดลับง่ายๆในการทำความสะอาดสเตนเลสให้ขาวใสดังเดิม ทำได้โดยใช้น้ำชาแบบเข้มข้นสักนิด(พร้อมใบชาด้วยยิ่งดี) ขัดบริเวณที่ต้องการทำความสะอาด ขัดจนเกิดความมันเงา เสร็จแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้น…อะไรจะง่ายปานนั้น

5. กระเบื้องมีแต่คราบสบู่
แก้ไขโดยผสมน้ำ 4 ส่วนกับน้ำส้มสายชู 1 ส่วนเข้าด้วยกัน ใช้ผ้าชุบแล้วเชดที่คราบสบู่ เช็ดออกให้หมด แล้วล้างจนสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้งอีกครั้ง เป็นอันเรียบร้อย แต่ขอแนะนำว่า หลังอาบน้ำถ้าสังเกตเห็นว่ามีสบู่ติดอยู่ที่ผนังก็ไม่ควรปล่อยไว้ ให้รีบเช็ดออกทันที(ป้องกันไว้ดีกว่าแก้)

6. ห้องน้ำปูนเปลือย อุดมไปด้วยเชื้อราและตะไคร่น้ำ
ธรรมชาติของปูนเปลือย ไม่มีคุณสมบัติในการป้องกันความชื้น แต่ถ้าต้องการนำมาใช้ในส่วนของห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นพื้นหรือผนัง ต้องมีการเตรียมพื้นผิวขัดมัน ซึ่งมีคุณสมบัติในการกันน้ำมากกว่า ปัจจุบันมีน้ำยาฆ่าเชื้อราและตะไคร่น้ำวางขายอยู่ตามท้องตลาด ถ้าทาก่อนรับรองไม่มีเชื้อราแน่นอน
และถ้าเกิดคราบเชื้อราขึ้นมาแล้วนั้นให้ใช้น้ำ 2 ลิตร ผงซักฟอก 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน และใช้แปรงขนอ่อนขัดได้ทันที
7. มีเชื้อราบนพื้นไม้ในห้องน้ำ
หากพื้นไม้แสนรักที่อยู่ในห้องน้ำของเราเกิดคราบเชื้อรา สามารถกำจัดได้โดยใช้ผ้าชุบน้ไยซักแห้งแล้วนำมาเช็ด แต่ถ้าเชื้อราฝังลึกลงไปมากแล้ว ให้ขจัดออกโดยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือผงฟอกขาวจนคราบราออกไปจนหมด
ปัญหานี้ป้องกันได้ด้วยการไม่ให้พื้นไม้สัมผัสน้ำหรือสัมผัสน้อยที่สุด และในห้องน้ำควรมีการระบายอากาศที่ดี แสงแดดส่องถึงจะยิ่งดีมาก เพียงเท่านี้ก็เป็นการปกป้องพื้นไม้จากเชื้อราแล้ว แนะนำว่าการใช้พื้นไม้ในห้องน้ำต้องทาน้ำยาป้องกันเชื้อราและเคลือบผิวทุก ครั้ง จะช่วยให้ไม้สวยทนยิ่งขึ้น
8. ยาแนวกระเบื้องขึ้นราดำ
ปัญหานี้พบมากที่สุดกับผนังโมเสกซึ่งนิยมใช้ตกแต่งบ้านยุคนี้ แผ่นกระเบื้องนั้นทนทานต่อความชื้นอยู่แล้ว อาจทำความสะอาดโดยใช้น้ำธรรมดาเช็ดได้ ส่วนที่จะเกิดคราบสกปรกได้มากกว่าคือส่วนของยาแนว ซึ่งในการทำความสะอาดนั้น สามารถทำได้โดยใช้น้ำส้มสายชูเข้มข้นขัดถูจนขาวสะอาด แล้วล้างน้ำออกให้หมด รับรองยาแนวไร้คราบเชื้อราแน่นอน

9. เชื้อราบนกระเบื้องดินเผา
ผนังที่ตกตแงด้วยกระเบื้องดินเผามีโอกาสเกิดคราบเชื้อราและคราบสกปรกได้ มากกว่าวัสดุอื่นๆ เพราะตัววัสดุเองมีความสามารถกักเก็บความชื้นได้ดี หากบริเวณที่มีการใช้งานต้องเปียกน้ำอยู่ตลอดเวลา ควรเช็ดทำความสะอาดให้แห้งทุกครั้งก็จะเป็นการป้องกันได้ในระดับหนึ่ง หรือเคลือบผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา, น้ำยากันตะไคร่น้ำ เพียงเท่านี้กระเบื้องดินเผาก็สวยได้นานนับปีแล้ว

10. ระวังพื้นลื่นนะ
ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำเล็กหรือใหญ่ นอกจากความสวยงานแล้ว ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นหลักด้วย การแบ่งแยกส่วนแห้งส่วนเปียกอย่างเป็นสัดส่วนก็เป็นการป้องกันอย่างหนึ่ง และเพื่อป้องกันการลื่นหกล้ม กระเบื้องหรือหินที่ใช้ปูพื้นควรเป็นชนิดไม่ลื่น ยิ่งผิวยิ่งหยาบยิ่งปลอดภัย ปัจจุบันมีแผ่นกันลื่นให้เลือกใช้มากมายหลากหลาย ทั้งแบบพลาสติกโฟม พลาสติกไวนิล และยาง ลองหาซื้อมาใช้กันตามความเหมาะสม หรือใช้สเปรย์กันลื่นที่ใช้ฉีดพื้นห้องน้ำหรือทางเดิน
11. กลิ่นไหลย้อนจากท่อน้ำทิ้ง
สาเหตุสำคัญของกลิ่นไหลย้อนคืออุปกรณ์ดักกลิ่นที่ท่อระบายน้ำบริเวณพื้นหรือ โถปัสสาวะ ซึ่งเรียกกันว่า P-Trap หรือ Bell Trap ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อดักกลิ่น เกิดจากการที่เราไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์นั้นนานๆ น้ำที่หล่อเลี้ยงอยู่จะระเหยไปหมด
โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อเป็นตัวดักกลิ่นที่อาจไหลย้อน กลับมาได้ แนวทางแก้ไขเบื้องต้นคือการตรวจสอบว่ากลิ่นนั้นมาจากส่วนใด แล้วเทน้ำลงไป เท่านี้ก็จะหมดปัญหาเรื่องกลิ่นไหลย้อนแล้ว
12. กลิ่นอับในห้องน้ำ
ปัญหากลิ่นอับที่หลายคนพบเจอ ปัจจัยที่ทำให้เกิดคือการระบายอากาศไม่ดี ความชื้นในห้องน้ำจึงไม่สามารถระบายออกสู่ภายนอกได้ แก้ไขได้โดยการเปิดหน้าต่างและประตูห้องน้ำไว้เวลาไม่ใช้งาน รวมถึงการติดเครื่องดูดอากาศเพิ่มเติม ทั้งนี้ต้องพิจารณาในเรื่องตำแหน่งของหัวดูดอากาศ โดยให้ตำแหน่งหัวดูดอยู่บนพื้นที่ที่มีความอับชื้นหรือในมุมอับมากที่สุด เช่น บริเวณเหนือที่อาบน้ำ เหนือชักโครก

13. ชักโครกตัน กดอย่างไรก็ไม่ลง
ปัญหานี้เป็นปัญหายอดนิยมที่แทบทุกบ้านจะต้องเจอะเจอ เมื่อเกิดขึ้นอย่าเพิ่งเป็นกังวลไป แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ และควรจะรีบแก้ไขให้เรียบร้อย ถ้าปล่อยไว้นานวัน ปัญหาอาจรุนแรงจนไม่สามารถแก้ไขเองได้ นั่นหมายความว่าเราต้องเสียเงินให้ช่างผู้ชำนาญอีกแล้ว การแก้ไขแบบง่ายๆมีดังนี้
1) จัดการเอาสิ่งไม่พึงประสงค์ เช่น เศษขยะ เศษอาหาร หรือเศษผม ออกจากรูระบายน้ำให้หมดเท่าที่จะทำได้
2) ใช้ผงละลายไขมันและสิ่งอุดตัน ซึ่งเป็นผงเคมีประเภทโซดาไฟ ละลายน้ำเทลงในท่อ สำหรับวิธีการนี้เหมาะกับท่อเหล็กที่การอุดตันเกิดจากคราบสบู่ไปเกาะตามผนัง ท่อ แต่หากเป็นท่อพีวีซี ความเข้มข้นจะต้องลดลง
3) ในชักโครก หากท่อตันแล้วกดไม่ลง มักเกิดขึ้นตรงข้องอต่างๆที่ต่อจากตัวสุขภัณฑ์ เกิดการอุดตันจากสิ่งปฏิกูลหรือกระดาษชำระที่ไปอุดไว้แล้วไม่ละลายไป หรือเส้นผมไปจับตัวกันเป็นก้อน เราสามารถใช้ปั้มยางอัดอากาศเข้าไปผลักดันให้เศษที่อุดตันหลุดออก
4) ตรวจสอบดูว่า ท่อระบายสิ่งปฏิกูลในห้องน้ำมีท่อสำหรับระบายอากาศออกเพื่อช่วยให้การระบาย ดีขึ้นหรือไม่ หากไม่มีควรเรียกช่างมาติดตั้งเพิ่มเติม
5) หากยังไม่สามารถแก้ไขได้ ก็คงต้องพึ่งช่างผู้ชำนาญโดยด่วน
14. กระเบื้องชำรุด ซ่อมอย่างไร
1) ใช้ค้อนหรือสิ่ว สกัดกระเบื้องที่เสียหายพร้อมซีเมนต์เก่าออกให้หมด ควรทำจากกลางแผ่นก่อน เพราะจะไม่ส่งความเสียหายต่อแผ่นอื่นๆ
2) เทกาวอีพ็อกซี่ ซึ่งเป็นวัสดุประสานลงในช่องกระเบื้องที่แตก ปาดให้ทั่ว นำกระเบื้องแผ่นใหม่ที่เตรียมไว้มาใส่
3) ทิ้งไว้ 24 ชม. ผสมปูนยาแนวกับน้ำให้มีความเหนียวพอดี แล้วใช้ไม่พาย(สำหรับยาแนว) ปาดปูนยาแนวลงในร่องระหว่างกระเบื้อง ใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆเช็ดยาแนวที่เกินเลอะออกมา รอให้แข็งตัว แล้วเอาผ้านุ่มๆเช็ดกระเบื้องให้สะอาดอีกครั้ง
15. ช่วยด้วย เชื้อราลามไปถึงฝ้าเพดานแล้ว
สาเหตุหลักเกิดจากความชื้นที่เกิดขึ้นภายในห้องน้ำนั่นเอง หากมีการระบายอากาศที่ไม่ดีพอ ความชื้นก็จะลอยขึ้นไป ส่งผลเสียหายกับฝ้าได้ ทั้งนี้ถ้าฝ้าเป็นชนิดกันความชื้นก็จะไม่เกิดปัญหานี้ ก่อนอื่นต้องตราจสอบว่าฝ้าของเรานั้นเป็นฝ้าอะไร ชนิดใด เช่น ฝ้ายิปซัมบอร์ด หรือฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์ โดยฝ้าที่เกิดปัญหาเชื้อรามากที่สุดคือ ฝ้ายิปซัมบอร์ด วิธีการปรับปรุงฝ้ายิปซัมบอร์ดให้กลับมาใหม่ดังเดิม
1) ขัดฝ้าเพดานด้วยกระดาษทรายเบอร์ 2 ให้เรียบตรงบริเวณที่เกิดรอยรั่ว และแซะส่วนที่พองออก ปัดฝุ่นให้สะอาด
2) อุดรอยต่างๆด้วยโป๊วยิปซัม แล้วใช้เกรียงเหล็กโป๊วให้เรียบร้อย แซะโป๊วออกให้เรียบ รอให้แห้งสนิทแล้วขัดให้เรียบด้วยกระดาษทราย
3) ใช้แปรงทาสีขนาด 2 หรือ 3 นิ้ว ทาเชลแล็กสำเร็จรูปรอบบริเวณที่เป็นรอยด่าง เพื่อป้องกันเชื้อราจากความชื้นและคราบด่างซึมออกมาสองเที่ยว โดยรอให้แห้งก่อนทาสีเที่ยวต่อไป
4) ทาสีจริงที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับสีเพดานเดิมด้วยแปรงทาสีหรือลูกกลิ้งทาสี โดนส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำพลาสติก ถ้าไม่มีที่ใกล้เคียงสามารถผสมสีพลาสติกกับแม่สีเองได้
16. มืด ทึบ อึดอัด ห้องน้ำไม่สบาย
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องการออกแบบที่ไม่ถูกต้อง การวางห้องน้ำที่ไม่ถูกทิศทางการรับแสงแดด (ทิศทางที่ถูกต้องคือ ทิศใต้หรือทิศตะวันตก) เพราะมีแสงแดดส่องถึงเกือบทั้งวัน หรือการที่ห้องน้ำไม่มีหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ ทั้งหมดนี้อาจทำให้ห้องน้ำนั้นมืดทึบและไม่สบายเลย เราสามารถแก้ไขได้ดังนี้
1) ติดพัดลมดูดอากาศ เพื่อให้อากาศมีการถ่ายเทได้ดีขึ้น
2) เปลี่ยนสี เปลี่ยนความรู้สึก โดยเลือกใช้สีอ่อนกับส่วนที่เป็นฝ้าเพดานและผนัง เช่น ขาว ครีม เพราะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นได้
3) ใช้กระจกเงาในห้องน้ำให้มากขึ้น เพราะกระจกเงาจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นได้ไม่ยากเลย
4) เปลี่ยนประตูบานทึบเป็นบานกระจกฝ้า หรือบานเกล็ด ได้ทั้งแสงและการระบายอากาศ

17. ซิลิโคนยากระจกขึ้นรา
ห้องน้ำบางห้องที่มีส่วนของกระจกเข้ามุมและยาแนวด้วยซิลิโคนยึดระหว่างแผ่น เพื่อให้กระจกติดแน่น แต่เมื่อเจอความชื้นนานวันอาจทำให้เกิดเชื้อราและคราบดำได้ เราคงไม่สามารถใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรดมาทำความสะอาด เพราะจะทำให้ยาแนวนั้นเสื่อม ต้องใช้เหล็กหรือช้อนที่ไม่มีความแหลมคมนัก ขูดคราบดำออก จากนั้นค่อยล้างและขัดด้วยน้ำอีกครั้งจนซิลิโคนใสสะอาด

18. สุขภัณฑ์ดูหมอง
เมื่อสุขภัณฑ์แสนรักของเราดูหมองลงตามกาลเวลา ไม่ว่าเราจะทำความสะอาดขุดถูอย่างไรก็ไม่มีวี่แววที่จะขาวใสเหมือนเดิม ทั้งสุขภัณฑ์สีอ่อนที่ดูเหลืองและสีเข้มที่มีคราบขาว แก้ไขได้ด้วยการแช่สุขภัณฑ์เหล่านี้ลงในสารคลอรีน โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าเป็นสุขภัณฑ์ชิ้นใหญ่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ให้สวมถุงมือยางและใช้สารคลอรีนขัดด้วยแปรงขนอ่อนเบาๆ ล้างด้วยน้ำอีกครึ่ง เช็ดให้แห้ง แต่ถ้าเป็นสุขภัณฑ์อะคริลิก อาจให้กระดาษทรายน้ำเบอร์ 60-150 ขัด แล้วลงแว็กซ์เคลือบตาม

19. สุขภัณฑ์เซมามิกชำรุด
หากบริเวณที่แตกหรือบิ่นนั้นขึ้นสนิม ใหขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 240 รอให้แห้งหรือเป่าด้วยที่เป่าผมจนแห้งสนิท จากนั้นผสม “พุตตี้เชื่อมผิวเซรามิค”ซึ่งใช้สำหรับอุดรอยร้าวงานเซรามิคโดยเฉพาะ ผสมสีแบบเดียวกับสีสุขภัณฑ์ทีละน้อยจนได้สีที่ใกล้เคียง แล้วจึงนำไปอุดรอยบิ่น ใช้พายเกลี่ยให้เรียบเสมอกัน ทิ้งไว้ให้เกือบแห้งสนิทแล้วใช้ฟองน้ำเช็ดให้เรียบ เท่านี้สุขภัณฑ์ของเราก็กลับมาสวยเหมือนเดิมแล้ว

20. กลิ่นเหม็นจากสุขภัณฑ์
เมื่อเราใช้สุขภัณฑ์ไปเป็นเวลานาน บริเวณข้อต่อของสุขภัณฑ์กับท่อน้ำทิ้งจะเกิดการเสื่อมและรั่วซึมได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียกช่าง แค่ขูดเอาซีเมนต์เก่าออกก่อน พร้อมทั้งเช็ดฝุ่นคราบซีเมนต์ออก รอให้แห้งหรือใช้ที่เป่าผมจนบริเวณที่ต้องการซ่อมแซมแห้งสนิท ใช้วัสดุอุดรอยต่อสำหรับอุดเครื่องสุขภัณฑ์มาอุดรอยรั่ว แล้วนำผ้าเปียกมาเช็ดส่วนที่ไม่ต้องการออกตอนที่วัสดุอุดยังเปียกอยู่ เพราะหากแห้งแล้วจะเช็ดทำความสะอาดได้ยาก

0 likes

Author